วิธีทำรายงานการประชุม ทีละขั้น ตั้งแต่ก่อนประชุมจนรับรอง
เผยแพร่ · แก้ไขล่าสุด
ได้รับมอบหมายให้ทำรายงานการประชุมครั้งแรก หรือทำมาหลายครั้งแล้วแต่ยังเสียเวลากับมันทั้งวัน บทความนี้เรียงขั้นตอนทำรายงานการประชุมแบบราชการตั้งแต่ก่อนประชุม ระหว่างประชุม จนถึงหลังประชุมที่รายงานผ่านการรับรอง พร้อมเช็กลิสต์ท้ายบทความให้พิมพ์ไปใช้ได้
ก่อนประชุม: เตรียมให้พร้อม งานหลังประชุมจะลดลงครึ่งหนึ่ง
1. ขอระเบียบวาระและเอกสารประกอบล่วงหน้า
เอกสารประกอบวาระคือตัวช่วยที่ดีที่สุด ชื่อโครงการ ตัวเลขงบประมาณ และชื่อหน่วยงานที่อยู่ในเอกสาร จะช่วยให้สะกดถูกตั้งแต่แรก ไม่ต้องมาเดาจากเสียง
2. ทำโครงรายงานไว้ก่อน
เปิดไฟล์รายงานแล้วกรอกส่วนที่รู้อยู่แล้วให้เสร็จ ได้แก่ ชื่อการประชุม ครั้งที่ วันที่ สถานที่ รายชื่อกรรมการ และหัวข้อวาระทุกข้อ พอประชุมจริงจะเหลือแค่เติมเนื้อหาในแต่ละวาระ
ระเบียบวาระที่หน่วยงานราชการใช้กันทั่วไปมีลำดับประมาณนี้
- วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
- วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
- วาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อทราบ (บางหน่วยงานใช้วาระนี้เป็นเรื่องสืบเนื่อง)
- วาระที่ 4 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา
- วาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
ควรใช้ลำดับตามที่หน่วยงานของคุณใช้อยู่เป็นหลัก หัวข้อที่ระเบียบงานสารบรรณกำหนดดูได้ที่บทความ รูปแบบรายงานการประชุมราชการ หัวข้อครบ พร้อมตัวอย่างไฟล์ Word
3. เตรียมอัดเสียง และแจ้งผู้เข้าประชุม
ไฟล์เสียงคือหลักฐานสำรองเวลาจดไม่ทัน ควรแจ้งตั้งแต่เปิดประชุมว่ามีการบันทึกเสียงเพื่อใช้ทำรายงาน วิธีอัดให้ได้เสียงชัดอ่านได้ที่ อัดเสียงประชุมอย่างไรให้ถอดเทปแม่น 10 วิธีที่ทำได้ทันที
ระหว่างประชุม: จดสิ่งที่ฟังซ้ำแล้วหายาก
4. เช็กชื่อและเวลาเริ่ม
จดผู้มาประชุม ผู้ไม่มาประชุม (พร้อมเหตุผล ถ้ามี) และผู้เข้าร่วมประชุม รวมถึงเวลาที่ประธานเปิดประชุม ส่วนนี้ไม่มีอยู่ในไฟล์เสียง ถ้าไม่จดตอนนั้นจะต้องไปไล่ถามทีหลัง
5. จดตามวาระ เน้น 4 อย่าง
ไม่ต้องพยายามจดทุกคำ ให้จับ 4 อย่างนี้ในแต่ละวาระ
- ใครเป็นผู้เสนอเรื่อง
- ประเด็นหลักและเหตุผลที่ยกขึ้นมาพูด
- ตัวเลข วันที่ และชื่อเฉพาะ
- มติของที่ประชุม
ความละเอียดที่ต้องจดขึ้นกับประเภทการประชุม อ่านเพิ่มได้ในหัวข้อ "จดรายงานการประชุมได้ละเอียดแค่ไหน" ของบทความ บันทึกการประชุม กับ รายงานการประชุม ต่างกันอย่างไร
6. มติไม่ชัด ให้ถามก่อนขึ้นวาระถัดไป
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือคุยกันจบแต่ไม่มีใครสรุปว่าที่ประชุมตกลงอะไร ถ้าเป็นเลขานุการ ให้ขอประธานสรุปมติก่อนขึ้นวาระถัดไป เช่น "ขออนุญาตทวนมติวาระนี้ครับ ที่ประชุมเห็นชอบ...ใช่ไหมครับ" แค่ประโยคเดียวช่วยประหยัดเวลาตามแก้ทีหลังได้มาก
7. จดเวลาเลิกประชุม
เป็นหัวข้อบังคับในรายงานการประชุม และเป็นจุดที่ลืมกันบ่อย
หลังประชุม: ร่าง ตรวจ เสนอ รับรอง
8. ร่างให้เสร็จเร็วที่สุด
ระเบียบไม่ได้กำหนดเวลาว่าต้องร่างเสร็จภายในกี่วัน แต่ยิ่งเขียนเร็ว ความจำยิ่งชัด ถ้าทำได้ควรร่างให้เสร็จภายใน 1–3 วันทำการ เขียนจากโครงที่เตรียมไว้ แล้วเปิดไฟล์เสียงฟังเฉพาะช่วงที่ไม่แน่ใจ ไม่ต้องฟังใหม่ทั้งหมด
ภาษาที่ใช้ควรเป็นภาษาเขียนทางราชการ เขียนในมุมของ "ที่ประชุม" สรุปประเด็นให้กระชับ ไม่ต้องเก็บคำพูดติดปากหรือคำซ้ำ
9. ตรวจ 3 จุดที่ผิดแล้วเสียหายที่สุด
- ชื่อคนและตำแหน่ง สะกดถูกไหม ตำแหน่งตรงกับปัจจุบันไหม
- ตัวเลข งบประมาณ จำนวน วันที่ ตรงกับเอกสารประกอบไหม
- มติ ตรงกับที่ที่ประชุมตกลงจริงไหม
10. เสนอผู้ตรวจ และลงชื่อผู้จด
ระเบียบงานสารบรรณ ข้อ 25 กำหนดให้รายงานการประชุมระบุชื่อผู้จดรายงานการประชุม หลายหน่วยงานกำหนดให้มีผู้ตรวจรายงาน เช่น เลขานุการหรือประธานคณะ เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง ให้ทำตามแนวปฏิบัติของหน่วยงาน
11. ส่งรับรองรายงาน
คู่มืองานสารบรรณทั่วไปแบ่งการรับรองรายงานการประชุมไว้ 3 วิธี
| วิธี | ใช้เมื่อ |
|---|---|
| รับรองในการประชุมครั้งนั้น | เรื่องเร่งด่วนที่ต้องนำมติไปปฏิบัติทันที ประธานหรือเลขานุการอ่านสรุปมติให้ที่ประชุมรับรองก่อนปิดประชุม |
| รับรองในการประชุมครั้งต่อไป | วิธีปกติที่ใช้มากที่สุด เสนอในวาระรับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว |
| รับรองโดยการแจ้งเวียน | ไม่มีการประชุมครั้งต่อไป ยังกำหนดวันไม่ได้ หรือเว้นระยะนาน ส่งรายงานให้ผู้เข้าประชุมรับรองภายในเวลาที่กำหนด |
ถ้าที่ประชุมขอแก้ไขรายงาน ให้บันทึกในวาระรับรองรายงานของครั้งนั้นด้วยว่าแก้ไขตรงไหน อย่างไร เช่น "ที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม โดยมีการแก้ไข ดังนี้..."
12. แจ้งผู้รับผิดชอบ และจัดเก็บ
ส่งมติหรืองานที่มอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการ แล้วจัดเก็บรายงานฉบับที่รับรองแล้วพร้อมเอกสารประกอบ ไฟล์เสียงควรเก็บไว้ในที่ที่เข้าถึงได้เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง และพิจารณาลบตามระเบียบของหน่วยงานเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว
เช็กลิสต์ทำรายงานการประชุม
| ช่วง | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| ก่อนประชุม | ขอระเบียบวาระและเอกสารประกอบ / ทำโครงรายงาน / เตรียมอัดเสียง |
| ระหว่างประชุม | เช็กชื่อและเวลาเริ่ม / จดผู้เสนอ ประเด็น ตัวเลข มติ / ทวนมติที่ไม่ชัด / จดเวลาเลิก |
| หลังประชุม | ร่างภายใน 1–3 วันทำการ / ตรวจชื่อ ตัวเลข มติ / เสนอผู้ตรวจ / ส่งรับรอง / แจ้งผู้รับผิดชอบและจัดเก็บ |
ขั้นตอนไหนกินเวลาที่สุด
สำหรับคนส่วนใหญ่คือ ขั้นที่ 8 การนั่งฟังเสียงย้อนหลังและเรียบเรียงเป็นภาษาราชการ ประชุม 2 ชั่วโมงอาจต้องใช้เวลาเขียนหลายชั่วโมง
ประชุมไทยช่วยเฉพาะขั้นนี้ อัปโหลดไฟล์เสียงประชุม ระบบจะถอดเสียงและร่างรายงานแยกตามวาระให้ภายในไม่กี่นาที จากนั้นคุณใช้เวลาไปกับขั้นที่ 9 คือตรวจชื่อ ตัวเลข และมติ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้คนตรวจอยู่แล้ว